รับสร้างบ้านขึ้นราคา 5% เหตุปรับค่าจ้างขั้นต่ำ

รับสร้างบ้านขึ้นราคา 5% เหตุปรับค่าจ้างขั้นต่ำ

Home-builder

วันที่ 1 เมษายน 2018 เริ่มปรับค่าแรงใหม่ 315 บาทต่อวันทั่วประเทศ ทำให้ทางผู้รับเหมาคอนโดฯ เผยสัญญาก่อสร้างโครงการใหม่ขอบวกเพิ่มอีก 2-3% ตามต้นทุนแรงงานที่ปรับเพิ่มขึ้น โดยทางอสังหาฯร่วมกันตรึงราคาบ้านพร้อมปรับตัวใช้ระบบสำเร็จรูปพรีแคสต์รับสร้างบ้าน แต่สุดท้ายอั้นไม่อยู่ต้องปรับขึ้น 3-5% ส่วน TOA เริ่มทยอยเพิ่มค่าสีทาอาคารทุกเกรด 5% ตั้งแต่ต้นปี

หลังจากนับถอยหลังนโยบายปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำซึ่งมีผลบังคับใช้ติงแต่วันที่ 1 เมษายน 2018 มีผลให้เขตกรุงเทพมหานครเมืองหลวงของประเทศไทย จากเดิมค่าแรงขั้นต่ำวันละ 300 บาท กลายมาเป็นวันละ 325 บาท ในขณะที่ค่าแรงขั้นต่ำเฉลี่ยทั่วประเทศมีการปรับเพิ่มขึ้นเป็นวันละ 315 บาท จากการสำรวจความเคลื่อนไหวของภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์พบว่ามีผลกระทบเพิ่มขึ้นแม้จะไม่มากนัก

Home-builder-

รับสร้างบ้านขึ้น 3-5%

นางสาวพรรัตน์ มณีรัตนะพร ผู้อำนวยการฝ่าย บริษัท Landy Home จำกัด ออกมากล่าวว่า บริษัทรับสร้างบ้านโดยรวมมีแนวโน้มปรับขึ้นราคาสร้างบ้านมากกว่า 5% อันสืบเนื่องมาจากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำรวมทั้งค่าวัสดุก่อสร้าง อย่างไรก็ตาม Landy Home ก็พยายามตรึงราคารับสร้างบ้านอยู่แล้ว แต่เกิดกรณีต้นทุนเพิ่มขึ้นมาก ก็จะมีนโยบายขึ้นราคาต่ำกว่าคู่แข่งหรือไม่เกิน 3% เพื่อช่วยบรรเทาให้แก่ผู้บริโภค ทั้งนี้ Landy Home มีการจัดโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นการตัดสินใจสร้างบ้านบนที่ดินตัวเอง โดยสิทธิพิเศษนี้จะหมดอายุวันที่ 1 เมษายน 2018 เช่น ส่วนลดสร้างบ้านสูงสุด 30% รับฟรีทองคำสูงสุด 2.50 บาท ฟรีเสาเข็มเจาะ เป็นต้น

TOA ขอขึ้นค่าสี 5%

นายพงษ์เชิด จามีกรกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท Landy Home ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TOA ออกมาเปิดเผยว่า ปีนี้มีปัจจัยต้นทุนการผลิตแพงขึ้น โดยมีผลกระทบต่อราคาขาย ทำให้ล่าสุดเมื่อต้นปี 2018 ที่ผ่านมา TOA ได้ทยอยปรับขึ้นราคาสินค้าเฉลี่ย 5% ในกลุ่มผลิตภัณฑ์สีทาอาคาร ที่เป็นพอร์ตรายได้หลัก ไม่ว่าจะทั้งเกรดพรีเมี่ยม , เกรดปานกลาง , เกรดอีโคโนมี เพื่อเป็นการชดเชยต้นทุนที่เพิ่มมากขึ้น ต้องมีความมั่นใจว่าเหตุการณ์นี้จะไม่ส่งผลกระทบกับยอดขาย เพราะคู่แข่งก็มีการปรับขึ้นราคาสินค้าเช่นกัน นายพงษ์เชิด จามีกรกุล ได้ออกมาให้เหตุผลว่าวัตถุดิบหลักในการผลิตสีทาอาคาร คือไทเทเนียมไดออกไซด์ ซึ่งได้มีการปรับราคาขึ้น 4-10% ตั้งแต่ปลายปี 2017 แล้ว สำหรับปีนี้ TOA ขอเจรจาล็อกราคาล่วงหน้าเป็นเวลา 1 ปี หรือมีต้นทุนเดิมตลอดปี 2018 คือ ปริมาณ 50% ของความต้องการใช้ในปีนี้ ส่งผลดีต่อการควบคุมต้นทุนการผลิตสินค้าเป็นอย่างมาก นายพงษ์เชิดกล่าว